วันพฤหัสบดี, 30 มิถุนายน 2559 00:00

วสท. แถลงทางวิชาการและตอบข้อซักถาม "กรณีน้ำท่วมรอระบาย กรุงเทพมหานคร"

EIT 1

        เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 คณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน ประธานคณะอนุกรรมการฯ ร่วมด้วย รศ.ดร.สุวัฒนา จิตลดากร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ผศ.ดร.ฑีฆวุฒิ พุทธภิรมย์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ดร.สุรศักดิ์ คลังสุภาวิพีฒน์ อนุกรรมการฯ และ ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อนุกรรมการและเลขานุการฯ เปิดเวทีแถลงทางวิชาการและตอบข้อซักถาม ในประเด็น "กรณีน้ำท่วมรอระบาย กรุงเทพมหานคร" ท่ามกลางสื่อสารมวลชนทุกแขนง ณ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร

         จากกรณีฝนตก เมื่อวันที่ 20-21 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในกรุงเทพมหานคร แล้วเกิดน้ำท่วมอย่างหนักใน 36 พื้นที่ของ กทม. โดยทาง กทม. พยายามปฏิเสธความรับผิดชอบโดยออกมาบอกว่า เป็นกรณีน้ำท่วมรอระบาย ระบายไม่ทัน เนื่องจากฝนตกหนักในรอบ 25 ปี นั้น  ทางด้านคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ วสท. ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สาเหตุของน้ำท่วมรอระบายที่เกิดขึ้นเนื่องจากระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับระบบระบายน้ำสายรองที่เชื่อมต่อมาจากท่อระบายระบายน้ำใต้ผิวถนนและในซอยที่ไม่ได้มีการออกแบบเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าท่อเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเมือง ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกไปยังระบบระบายน้ำหลักได้ทัน รวมทั้งที่ผ่านมาไม่ได้มีการปรับปรุงท่อระบายน้ำให้มีสภาพพร้อมใช้งาน ท่อระบายน้ำมีการยุบตัวตามการทรุดตัวของดิน ทำให้เมื่อมีน้ำไหลเข้าท่อ น้ำจึงไปขังสะสมอยู่ที่จุดที่ท่อทรุดตัวเหมือนท้องช้าง และทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้อย่างสะดวก รวมถึงปัญหาขยะมูลฝอยที่พบในคลองระบายน้ำและท่อระบายน้ำก็เป็นอุปสรรค์ต่อการไหลของน้ำเช่นกัน ซึ่ง กทม. ไม่ได้มีการประสานหน่วยงานในสังกัดเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณฝนที่จะตกลงมา ขาดการบูรณาการร่วมกันในหน่วยงานสังกัด กทม.เอง ที่แยกกันทำงานและใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ยังไม่เห็นผลที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะระบบอุโมงค์ยักษ์ที่ตอนนี้มีการก่อสร้างไปแล้ว 3 แห่ง แต่ไม่สามารถใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพ  [อ่านโพสต์ทูเดย์]

          สรุปปัญหาของน้ำท่วมขังที่แท้จริงของ กทม. คือ
          1. ความเข้มของฝนที่ใช้ในการออกแบบการระบายน้ำ น้อยกว่าฝนที่ตกจริง
          2. ปัญหาการกีดขวางการไหลของน้ำในทางระบายน้ำหลัก
          3. ความต่อเนื่องของการไหลของน้ำในระบบจากระบบท่อรวบรวม ระบบสายท่อรอง ระบบท่อหลัก และระบบคลองระบายสายหลัก รวมถึงการทรุดตัวของแผ่นดิน
          4. การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และความเสี่ยงอื่น ๆ

         ข้อเสนอและแนวทางแก้ไข
         1. ทบทวนความเข้มของฝน ให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด
         2. ต้องให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปริมาณฝน สถานภาพความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมขัง ตลอดจนพื้นที่เสี่ยงมาก-น้อย
         3. การติดตาม ตรวจสอบ การลอกตะกอนจากท่อระบายน้ำ ขยะจากคลองระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาเสี่ยงสูงจากฝน โดยติดตามจากเรดาห์
         4. การรณรงค์-ลงโทษ การบุกรุกคูคลอง การทิ้งขยะในคูคลองและท่อระบายน้ำ
         5. แก้ปัญหาการแยกส่วนกันทำงานระหว่างสำนักการระบายน้ำ และเขตต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วิกฤตน้ำท่วมรุนแรงขึ้น
         6. การตรวจสอบระดับท่อระบายน้ำในเขตเสี่ยง เพื่อประเมินศักยภาพการระบายน้ำ
         การแก้ไขระยะยาว
         7. ปรับปรุงท่อรวบรวมน้ำ ท่อระบายน้ำ และท่อระบายน้ำหลักลงสู่คลองระบายน้ำ
         8. ระบบอุโมงค์รวบรวมน้ำหลักใต้ดิน
       ทั้งนี้ วสท. เรียกร้องให้หยุดใช้วลีว่า "น้ำรอระบาย" เพราะวลีที่เรียกลักษณะการท่วมของน้ำนี้ ในหลักวิชาการไม่มีการบัญญัติคำนี้เอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมขังใน กทม. เมื่อวันที่ 20-21 ที่ผ่านมา คือลักษณะของ น้ำท่วมขัง ขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในช่วงที่ผ่านมา ทางวสท. ยืนยันว่าเป็นฝนที่ตกในปริมาณปกติ เมื่อเทียบกับปริมาณฝนในช่วงเดียวกันของปี 2558 ไม่ใช่ปรากฎการณ์ฝนตกหนักในรอบ 25 ปี ตามที่มีการนำเสนอข่าวในก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
arrow2L3ภาพกิจกรรม
arrow2L3ข่าว ONE channel
arrow2L3ข่าว NOW26 TV
 
Read 701 times
Scroll to top